ไม่คลั่งสิ.! พระพุทธเจ้ายังไม่เคยไล่พระสึก เพราะจับเงิน




Hig hlights

-พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เคยไล่พระสึกเลยนะ อาจารย์เก่งกว่าพระพุทธเจ้าอีกหรือ ถึงจะไล่พระสึก

-พระรับเงิน คือ มหาโจร อันนี้ไม่ใช่พุทธพจน์โยมกำลังพูดเอง แล้วสิ่งที่โยมพูดก็แรงเกินเหตุไป ก่อนจะบอกว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่านี่คือ มหาโจร 5 จำพวก ให้ไปดูซะก่อนว่าท่านตรัสไว้ที่ตรงไหน อย่ามาจับแพะชนแกะ มันไม่ถูก
 
-พระ หรือทักขิไณยบุคคล เป็นเหมือน ไฟ อย่างไปเสี่ยงอย่าไปเล่น การพูดในลักษณะแบบนี้มันบาปปากนะ




หลวงพี่สงสารคนพูดตรงที่ว่า

พระ หรือทักขิไณยบุคคล เป็นเหมือน ไฟ อย่างไปเสี่ยงอย่าไปเล่น พระมีศีลมากกว่าโยมต่อให้ศีลหายไปร้อยข้อก็ยังเยอะกว่าโยมอยู่ดี การพูดในลักษณะแบบนี้มันบาปปากนะ

คำว่า "มหาโจร" พระพุทธเจ้าท่านเปรียบกับ

พระที่เลี้ยงชีพด้วยการ อวดอุตริมนุสธรรม ไม่มีมรรคผลก็ไปอวดว่าตัวเองมีมรรคผลเพื่อลาภสักการะ พระพุทธเจ้าท่านจึงอุปมาไว้ว่านี่คือ มหาโจร


ไม่เคยมีถ้อยคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่บอกว่า

พระรับเงิน คือ มหาโจร อันนี้ไม่ใช่พุทธพจน์โยมกำลังพูดเอง แล้วสิ่งที่โยมพูดก็แรงเกินเหตุไป
ก่อนจะบอกว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่านี่คือ มหาโจร 5 จำพวก ให้ไปดูซะก่อนว่าท่านตรัสไว้ที่ตรงไหน อย่ามาจับแพะชนแกะ มันไม่ถูก

โยมจะบาปไหมถ้าถวายปัจจัยพระ?

การที่โยมถวายเงินไม่ได้เป็นบาปของโยม แต่มันคือความเสี่ยงของพระในเรื่องของวินัย ถามพระว่าผิดไหม หลวงพี่ก็ยอมรับว่ามันผิด

 
แต่พอมา ณ วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปถ้าเกิดเราจะไม่ใช้เงินเลย

ถามว่าเราจะรักษาพระศาสนานี้ไว้ได้ไหม...มันยากมากนะ แค่จะทำให้เราอยู่ได้ก็ยากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าคิดจะขยายให้พระศาสนาเจริญขึ้นก็ยิ่งยากมาก เวลาพูดถึงสิกขาบทที่มีอยู่เยอะแยะ ณ ปัจจุบันนี้เราก็ทำไม่ได้ตั้งหลายอย่าง

เช่น ในอดีตมีพระไปนั่งยานหรือโคเทียมเกวียน ซึ่งคนบังคับวัวให้เดินไปบางครั้งก็เป็นผู้ชายบ้าง เป็นผู้หญิงบ้าง  เป็นวัวตัวผู้บ้าง ตัวเมียบ้าง โยมจึงตำหนิพระ ว่าไปนั่งอย่างนี้ทำเหมือนกับคนจะไปอาบน้ำด้วยกัน พระพุทธเจ้าจึงห้ามพระนั่งยาน

แล้วปัจจุบัน "ยาน" คืออะไรก็คือ "รถ"


เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าศีลของพระ

เป็น อปริยันตะ ก็คือศีลที่ไม่มีที่สิ้นสุด เยอะมากไม่มีใครจำได้หมด ดังนั้นถามว่า พระผิดศีล หรือต้องอาบัติบ่อยไหมหลวงพี่ว่าบ่อยนะ ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว พระถึงต้องปลงอาบัติกันปกติ


...มีคำบรรยายในเชิงที่ว่า ถ้าไม่ให้เงินพระ พระป่วยไข้ได้เจ็บ ไม่มีอาหาร พระจะอยู่ไม่ได้ ทำไมไม่ถามคนนั้นละว่าจะเป็นพระทำไม ก็ลาสิกขาบทได้กลับมามีเงินมีทองได้ในเพศคฤหัสถ์

จะมีวัดร้าง หรือจะมีโจรในผ้าเหลืองที่รับเงินรับทอง เพราะไม่ได้ประพฤติตามพระธรรมวินัย เป็นมหาโจร เพราะฉะนั้นต้องไตร่ตรองนะคะ อยากให้มีโจรหรือเพียงแต่ขึ้นชื่อว่ามีวัด แล้วก็มีไว้เพื่ออะไร...(http://www.dhammahome.com/audio/topic/10655)


หลวงพี่ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าอาจารย์
ได้อ่านธรรมะขนาดไหน คือ ถ้าเกิดทำตามสิกขาบทไม่ได้ แล้วต้องให้พระสึกมาเป็นโยมนี่ หลวงพี่ว่าอาจารย์หลงประเด็นไปเยอะมากนะ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เคยไล่พระสึกเลยนะ อาจารย์เก่งกว่าพระพุทธเจ้าอีกหรือ ถึงจะไล่พระสึก?

พระพุทธเจ้าเห็นพระอาบัติเยอะแยะตลอดเวลา ท่านไม่เคยไล่สึกเลยสักองค์หนึ่ง แม้กระทั่งองค์ที่สร้างอาบัติใหม่แล้วก็ทำลายอาบัติที่ตัวเองทำมาซ้ำอีก ถึงขนาดพระพุทธเจ้าเรียก โมฆบุรุษ คือ บุรุษผู้ว่างเปล่า

แต่พระองค์ไม่เคยบอกว่า เธอจงสึกไป ด้วยเหตุที่ว่าทำไม่ได้ในสิกขาบท มีแต่ว่า เธอต้องอาบัติอะไร เธอจงแก้ไขตามนั้น เพราะพระทั้งประเทศไม่ใช่พระอรหันต์ ยังไงก็มีโอกาสทำผิดอยู่แล้วไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่ง

อาจารย์ก้าวล่วงมากไปแล้วจริงๆ อาจารย์บาปมาก ถ้าคิดว่าคุณรับเงินแล้วคุณทำตรงนี้ไม่ได้คุณลาสิกขาไปซะ พระพุทธเจ้ายังไม่ทำเลย เพราะว่าท่านเห็นประโยชน์ของการมีพระมาบวช
 

ถ้าอาจารย์ติดใจประเด็น

เรื่องพระรับเงินรับทอง หลวงพี่ว่าอนาคตต่อไปอีก 30-50 ปีนี่ จะมีเรื่องอื่นมากกว่านี้อีก วันหนึ่งข้างหน้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบอกไว้แล้วว่า พระสงฆ์ในอนาคตกาล จะเอาจีวรมาม้วนๆ คล้องคอ คล้องแขน ขอดไว้ที่ผมบ้าง แล้วท่านจะมีภรรยา จะทำมาหากินทำไร่ไถนาอีกด้วย

แต่คนในยุคนั้นก็จะยอมรับว่านี่คือพระสงฆ์ แล้วเวลาทำบุญเขาก็จะทำกับคนชุดนี้ แสดงว่าตอนนั้นเขาไม่มีทางเลือกแล้วนะ พระพุทธเจ้าบอกว่าแม้ทำอุทิศในสงฆ์แบบนี้ ก็ยังได้บุญนับประมาณไม่ได้

ฉะนั้นอย่าไปกลัวเลยว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไร เพราะในอนาคตจะยิ่งกว่านี้อีกแน่ๆ

แต่หลวงพี่ดีใจนะที่อาจารย์ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ไปถึงตรงนั้น เพราะว่าจะคลั่งแน่ถ้าเกิดไปเจอแบบนั้น หลวงพี่ก็ดีใจที่หลวงพี่จะไม่อยู่ไปถึงตรงนั้นเหมือนกัน เพราะก็คงช้ำใจเหมือนกัน

ถ้าเราเชื่อมั่นในพระพุทธเจ้านะ สิ่งนั้นเกิดแน่จงทำใจเถอะว่ามันจะลงไปเรื่อยๆ เพียงแต่ว่าจะทำยังไงให้คำสอนของพระพุทธเจ้ายังเป็นประโยชน์กับโลกใบนี้

ณ วันนี้มันก็ต้องหาจุดพอดีกันนะ

ในเมื่อเรากำลังจะรักษาศาสนา จะนำคำสอนของพระพุทธเจ้าไปทำให้เกิดประโยชน์กับชาวโลก แล้ววันนี้มาทำแบบนี้เพื่ออะไร
ถ้าวันนี้พระในประเทศไทยจะแบ่งเป็น พุทธวาท กับ เถรวาท ขึ้นมา ก็จะกลายเป็นว่าสงฆ์เกิดการแตกแยกกันอีกแล้ว มันไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา

ดังนั้นเราสามัคคีกันไม่ดีเหรอ หาจุดพอดี ที่จะทำให้ศาสนานี้เป็นประโยชน์กับชาวโลก!

ดังนั้นจึงต้องมามองความจริงว่า

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่าน ให้โอกาสพระ ที่ยังไม่ไปสู่มรรคผลนิพพาน ท่านวางของท่านไว้อย่างไร สมมติพระรับเงินผิดใช่ไหม ต้องอาบัติใช่ไหม  แล้วทำอย่างไร พระก็รับความเสี่ยงตรงนั้นมา พระบาปใช่ไหม แล้วถ้าตายไปต้องตกนรกเพราะเรื่องนี้ พระก็รับไว้เอง


ถ้าโยมยังไม่สบายใจ

โยมก็ไปทำบุญกับพระที่ท่านไม่รับเงิน หรือ โยมก็ไม่ต้องถวายปัจจัยพระ แค่นี้มันก็ง่าย ส่วนพระที่ไม่ต้องอาบัติเลย ศีลสะอาดบริสุทธิ์จริงๆ โยมต้องไปหาเอาเองว่าองค์ไหนคือ เนื้อนาบุญของเรา
พระที่ศีลบริสุทธิ์อย่างแท้จริง หมายถึง พระที่ต้องรับผิดชอบศีลที่อยู่นอกปาฏิโมกข์ด้วย คือต้องรักษาศีลให้ได้ทั้ง 21,000 พระธรรมขันธ์ โยมจงไปหา พระอรหันต์ ถ้าเจอเมื่อไหร่ก็ทำบุญไปโยมก็จะได้ประโยชน์

คือถ้าอยากจะเอาแบบ...ตรงเป๊ะ

ถ้าถึงตอนนั้นพระจะทำจริงๆ พระจะเป็นพุทธวาท โยมอย่าโวยนะ แล้วถ้าโยมบอกว่าไม่ได้ต้องเป็น เถรวาท ก็แสดงว่าโยมไม่เชื่อพระพุทธเจ้า เพราะพระพุทธเจ้าบอกว่าถ้าสงฆ์ (พระตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไป) จะยกเลิกสิกขาบทเล็กน้อยสามารถทำได้

เงื่อนเรื่องนี้ถ้าจะเอากันจริงๆ ทำได้เลย เราจะเป็นพุทธวาทแล้ว แบบที่พระพุทธเจ้าท่านว่าคือเชื่อโอวาทพระพุทะเจ้า เพราะฉะนั้นถ้าทำปุ๊บนะ...ทุกอย่างเคลียร์หมดไม่มีข้อโต้แย้งได้อีก

ไม่ใช่อยู่ดีๆ อยากจะอ้างพระเถระว่าท่านไม่ให้แก้ไข ก็เอาพระเถระมาอ้าง แต่พออยากจะ อ้างพระพุทธเจ้า ก็ไปบอกมาว่า พระพุทธเจ้าตรัส อย่างนั้นอย่างนี้ตกลงจะเชื่อใครกันแน่?

 

กลับไปดูคำสอนของพระพุทธเจ้าดีกว่า

คุยกันมาถึงตรงนี้อย่าเพิ่งคิดว่าหลวงพี่ต่อต้านสิกขาบทนี้ เพื่อที่จะหาทางจะรับเงินให้ได้นะ.!

หลวงพี่ยังยืนยันว่าหลวงพี่ยังเคารพในสิกขาบท เคารพในคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า เงินทองมันเป็นอันตราย เราเองก็รู้ว่ามันเป็นอันตราย พระมหากัสสปะ และพระเถระ 500 รูป ที่ทำ ปฐมสังคายนา ท่านห้ามไม่ให้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย หลวงพี่ก็ยังเคารพอยู่

ทุกวันนี้รับถวายมารู้ว่าผิดไหม รู้ว่าผิด แต่หลวงพี่จะบอกว่า…

คุณทำอะไรหลวงพี่ไม่ได้หรอก  เพราะสิกขาบทนี้เป็นสิกขาบทที่แก้ไขได้ ไม่ใช่ว่าพระต้องลาสิกขาให้พ้นจากความเป็นพระ

ถ้ามันจะตกนรกในเรื่องนี้นะ หลวงพี่จึงบอกว่าจะขอแบกรับภาระนี้เอาไว้เอง หลวงพี่กลัวนรกแต่เชื่อมั่นว่าหลวงพี่จะไม่ตกนรก
แต่วันนี้ที่เป็นห่วงก็คือ ห่วงโยมมากกว่าเพราะแค่ศีล 5 ก็ยังทำกันไม่ได้ ดังนั้นโยมไม่ต้องห่วงหลวงพี่นะ หลวงพี่รับผิดชอบตัวเองอยู่ตอนนี้ โยมก็ห่วงตัวเองก่อนจะดีกว่า

จุดพอดีมันน่าจะอยู่ตรงไหน

ก็อยู่ตรงที่ทำให้เราสามารถรักษาพระศาสนานี้เอาไว้ได้ เงินที่ถวายพระมาไม่ได้ทำให้พระรวยหรอก คุณอาจจะเจอข่าวว่าพระมีเงินเยอะ แต่มีกี่องค์กันที่มีเงินขนาดนั้น

โยมต้องจินตนาการน้อยกว่านี้นิดหนึ่ง ว่าถวายเงินมาให้พระแล้วทำให้พระร่ำรวย พระไม่ได้รวยขนาดนั้นหรอก

ถ้ารวยนี่คุณไปบอกครอบครัวคุณที่เป็นผู้ชายมาบวชเถอะ บ้านคุณจะรวยกันใหญ่เลยคราวนี้ มาบวชกันเถอะ จะไปจนกันอยู่ทำไมข้างนอก

อ่านบทความฉบับเต็ม

รู้ผิดคิดใหม่...พระจับเงินไม่ใช่มหาโจร Full version

 
 
 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
Fb เรื่องเล่าเข้าใจธรรม Live 28 ก.ค. 60
Fb ภาพดีๆ 072

ไม่คลั่งสิ.! พระพุทธเจ้ายังไม่เคยไล่พระสึก เพราะจับเงิน ไม่คลั่งสิ.! พระพุทธเจ้ายังไม่เคยไล่พระสึก เพราะจับเงิน Reviewed by สารธรรม on 21:41 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.